top of page
  • รูปภาพนักเขียนSertis

Women in Tech Interview - Nok, Sertis' Leading Woman in Data & Technology



ในวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี ถือเป็นวัน International Women’s Day ที่ทั่วโลกต่างร่วมเฉลิมฉลองพลังของความเป็นผู้หญิงที่ขับเคลื่อนทุกแวดวง ไม่ว่าจะเป็นการเมือง สังคม รวมไปถึงแวดวงเทคโนโลยีที่ผู้หญิงเก่งหลาย ๆ คนก็อยู่เบื้องหลังความสำเร็จที่ช่วยให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น


วันนี้เราชวนผู้อ่านมาพูดคุยกับผู้หญิงเก่งในแวดวงเทคโนโลยี อย่างคุณนก Senior Data & Technology Consultant ที่เซอร์ทิส ผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาและส่งมอบโซลูชันต่าง ๆ ซึ่งช่วยพัฒนาธุรกิจของลูกค้าได้เป็นอย่างมาก


เราชวนคุณนกมาพูดคุยในฐานะของผู้หญิงในแวดวงเทคฯ ที่เดิมทีเป็นอุตสาหกรรมที่หลาย ๆ คนมองว่าขับเคลื่อนโดยผู้ชาย มาดูกันว่าความเป็นผู้หญิงของคุณนก ช่วยเติมเต็มอะไรให้กับการทำงานได้บ้าง พร้อมทั้งไปฟังเรื่องราวความท้าทายที่เธอเคยเจอ และคำแนะนำที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงทุกคนได้ก้าวเข้ามาสู่โลกของเทคโนโลยี





1.ช่วยอธิบายเกี่ยวกับมุมมองของความเป็นผู้หญิง ว่าได้เข้ามามีส่วนช่วยในการทำงานในแวดวงเทคโนโลยี และช่วยพัฒนาการทำงานให้ดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง?


“ในมุมมองของการทำงานในสายเทคโนโลยี ด้วยความเป็นผู้หญิง เวลาเรามองปัญหาเราจะมองจากเลนส์ที่แตกต่างออกไป เราจะมองในมุมที่ Human Centric และ Empathetic กว่า เวลาเราบริหารจัดการทีม หรือว่าเจอปัญหา เราจะมองทั้งในมุม Technical ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมันเกิดจาก Technological Component ไหน และมองในมุมของบุคคล ความรู้สึกของคนในการที่เขาต้องเจอกับปัญหา และพยายามจะแก้ไขสิ่งเหล่านั้นไปพร้อมกัน เป็นทั้งการพยายามจะแก้ไขในแง่ของ Innovation และพยายามจะรับมือกับความรู้สึกของคนไปด้วย พี่ว่าความเป็นผู้หญิงมันก็จะมีแง่มุมนี้ประกอบไปด้วยในการทำงาน


พี่ว่ามันไม่ใช่แค่ความเป็นผู้หญิงด้วยนะ มันขึ้นอยู่กับ Personalities, Background และ Experience ที่เราเจอมา มันทำให้เวลาเราเจอปัญหา เรานิ่งขึ้นและทำให้เราจัดการกับปัญหาได้อย่างไม่ไปในแนวทางที่รุนแรงมาก สามารถจัดการปัญหาได้ในทางที่นิ่งและมั่นคง และทำให้ปัญหาจบได้อย่างแฮปปี้กันทุกฝ่าย”





2.เคยเจอความท้าทายในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับเพศของเรามั้ย? และรับมืออย่างไรบ้าง?


“ตั้งแต่เริ่มทำงานตอนเด็ก ๆ ตอนแรก ๆ พี่ไม่ได้รู้สึกว่ามันมี Challenge ขนาดนั้น ตอนที่เราเรียนจบใหม่ ๆ ถึงแม้เพื่อนเราจะเป็นผู้ชาย หรือเป็นเพศอะไรก็ตาม พี่รู้สึกว่าทุกคนเท่ากัน ถ้าเรามีความรู้ความสามารถที่จะทำงานในตำแหน่งนั้นได้ 


แต่พอถึงจุดหนึ่งที่ผู้หญิงเราเริ่มแต่งงาน มีครอบครัว มีลูก พี่เริ่มเห็นว่าการที่เราอยู่ใน Male-Dominated Industry มันก็ทำให้เรามี Challenge ในการถูก Stereotype หรือ Gender Bias เหมือนกัน เพราะว่าพี่เคยเจอคำถามจากการสัมภาษณ์งานว่า ‘คุณเป็นแม่ แต่งงานแล้ว มีลูก คุณจัดการ Work-Life Balance ยังไง? คุณจะทำงานให้เราเต็มที่ได้ยังไง? งานในสายเทคโนโลยี ถ้าคุณต้อง Deploy ในตอนดึก ๆ คุณทำยังไง?’


ไม่ใช่ครั้งเดียวที่เจอคำถามแบบนี้ ไม่ได้เจอแค่ตอนสัมภาษณ์งานด้วย เจอในตอนที่ทำงานไปแล้ว ช่วง Performance Evaluation ก็จะเจอคำถามลักษณะนี้ แต่ว่าไม่ได้เจอเพราะว่าเราทำงานไม่ดีด้วยนะ คือเจอเพราะว่าเป็นคำถามที่เขาอยากรู้ ว่าคุณจัดการยังไง คุณเป็นแม่ สมมุติจะ Promote คุณขึ้นตำแหน่งที่สูงกว่านี้ คุณจะมีน้องในทีมมากกว่านี้ คุณจะจัดการยังไง พอมาคิดถึง Challenge กับการเป็นผู้หญิงในสายเทคโนโลยีมันก็มีเรื่องนี้แหละ พี่คิดว่าเรื่องทักษะหรือว่าความรู้ความสามารถ ทุกคนเกิดมาเท่ากัน


ซึ่งพี่คิดว่ามันเป็นคำถามที่ถามได้ แต่ว่ามันไม่ควรจะเป็นปัญหา เพราะว่าถ้ามองในความเป็นจริง ผู้ชาย ผู้หญิง หรือเพศใดก็ตาม มันเท่าเทียมกัน เพราะว่าถึงแม้คุณจะเป็นคุณพ่อ หน้าที่ในการเลี้ยงลูกจริง ๆ มันเท่ากัน คุณพ่อคุณแม่ก็มีหน้าที่เลี้ยงลูกเหมือนกัน คำถามนี้จริง ๆ ไม่ควรเกิดขึ้นด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นพี่คิดว่าปัญหาที่พี่เจอก็คือนี่แหละ Stereotype ว่าหน้าที่การเลี้ยงลูกคือหน้าที่ของแม่ ส่วนตัวพี่คิดว่ามันแก้ได้ ถ้าเรา Well-planned และมี Time Management และ People Manangement ที่ดี ซึ่งรวมถึงการจัดการครอบครัว และจัดการตัวเองด้วย มันก็รับมือได้ ไม่ว่าเราจะเป็นเพศไหน





3.มีคำแนะนำที่อยากฝากให้ผู้หญิงที่อยากก้าวเข้ามาทำงานในสายเทคฯ มั้ย?


“พี่คิดว่าอย่างแรกเลย เป็นคำแนะนำทั่วไป คือ หนึ่ง หาให้เจอว่าตัวเองชอบอะไร เพราะว่างานสายเทคฯ เดี๋ยวนี้มันมีเยอะมาก ตั้งแต่งาน Programming งาน ERP งาน Data งาน AI หรืออาจจะชอบ Network ก็ได้ ก็หาตัวเองให้เจอว่าชอบทำอะไร


อย่างที่สอง พอหาเจอแล้ว ต้องเชื่อก่อนว่าตัวเองทำเรื่องนั้นได้ พยายามศึกษามันให้ดี


เรื่องถัดมาคือพี่เคยได้ยินคนพูดเยอะ ว่าให้ Unlearn แล้วก็ Relearn แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้พี่ได้ไปสัมมนางานหนึ่งมา แล้วพี่ชอบประโยคนี้ที่เขาพูดมาก ก็คือเขาบอกว่าให้ ‘Improve the ability to learn’ ให้ ‘Learn the ability to learn’ เพราะว่าถ้าคุณมี Ability ที่จะ Learn อะไรก็ได้ การจะพัฒนาความสามารถในทุกแง่มุมของชีวิตจะไม่มีขีดจำกัด 


และถ้าให้พูดถึง International Women’s Day พี่คิดว่าก็ ‘Pay it forward’ ถ้าคุณเป็นผู้หญิงที่ทำงานใน Industry ที่เป็นเทคฯ อยู่แล้ว แล้วก็รู้สึกว่าตัวเองทำได้ดีอยู่แล้ว ประสบความสำเร็จแล้ว ก็พยายามให้ Advice ให้ Guidance และ Build Network ให้ผู้หญิงคนอื่นที่มี Passion ในด้านนี้ ได้มีโอกาสเข้ามาทำงานในด้านนี้บ้าง


สำหรับคำแนะนำในการจัดการกับ Challenge ของความเป็นผู้หญิง พี่คิดว่าอย่างแรกก็คือ ‘Actions speak louder than words’ ที่ผ่านมาส่วนตัวพี่ใช้วิธีอธิบายก่อนว่าเราจะจัดการมันยังไง แล้วเราก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเราสามารถทำได้อย่างที่เราตั้งใจและให้คำสัญญาไว้จริง ๆ เช่น ถ้าเราบอกว่าเราจะมี Time และ People Management ที่ดี และเราทำได้อย่างนั้นจริง ๆ พี่คิดว่าเรื่อง Gender Barrier หรือ Stereotype โดยเฉพาะในที่ทำงาน มันจะหายไปเองตามกาลเวลาที่เราพิสูจน์

Comments


bottom of page